ปัจจุบันวงการนวดไทยในออสเตรเลียกำลังเผชิญกับ “ภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างต่อเนื่อง” ในช่วงปี 2024–2025 รัฐบาลออสเตรเลียได้ปรับนโยบายวีซ่านักเรียนให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อควบคุมคุณภาพของผู้สมัครและป้องกันการใช้ช่องทางการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวีซ่า โดยมีรายงานว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแยกแยะ “ผู้ที่ตั้งใจศึกษาจริง” โดยรายงานจาก The PIE News ระบุว่า อัตราการปฏิเสธวีซ่านักเรียนในปีงบประมาณ 2024–25 อยู่ที่ประมาณ 18% (The PIE News, 2024) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ ในขณะที่ ICEF Monitor ยังระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณดังกล่าว เกือบ 1 ใน 5 ของคำขอวีซ่านักเรียนถูกปฏิเสธ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (ICEF Monitor, 2024)
ในขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีนักเรียนจำนวนมากที่ตัดสินใจ ถอนใบสมัครวีซ่านักเรียนด้วยตนเอง โดยในปี 2024 มีผู้ยกเลิกคำขอมากกว่า 15,000 ราย คิดเป็นประมาณ 3.6% ของจำนวนคำขอทั้งหมด (VNExpress, 2024) ทั้งนี้ อดีตอัตราการอนุมัติวีซ่านักเรียนมักอยู่ในระดับสูงกว่า 90% แต่ในปัจจุบันกลับลดลงเหลือเพียงประมาณ 82% หรืออาจต่ำกว่านั้นในบางประเทศต้นทางตามรายงาน Work Visa Lawyers (Work Visa Lawyers, 2024)
หลายปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจนวดไทยในออสเตรเลียเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ประกอบการหลายแห่งจะพยายาม ปรับอัตราค่าจ้างให้สูงขึ้น พร้อมเพิ่มค่าคอมมิชชั่นและสวัสดิการต่างๆ เพียงเพื่อสรรหาบุคลากรเข้ามาทำงานและพยุงธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อได้ แต่ปัญหาที่พบคือ จำนวนผู้มีทักษะที่เหมาะสมกลับไม่เพียงพอในการรองรับความต้องการในตลาด ร้านนวดจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับภาวะ ค่าใช้จ่ายสูงแต่รายได้ไม่สมดุล โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขา ยิ่งต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินงานและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ธุรกิจเหล่านี้ตกอยู่ในภาวะ ความเสี่ยงสูงต่อการขาดทุน หรือแม้ต้องชะลอการขยายกิจการ สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งตอกย้ำว่า วงการนวดไทยในออสเตรเลีย อยู่ในช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ”
โดยกล่าวได้ว่าผลกระทบจากการอนุมัติวีซ่าในประเทศออสเตรเลีย สะท้อนช่องว่างและความไม่เสถียรระหว่าง “นโยบายแรงงาน” กับ “ความต้องการของอุตสาหกรรมจริง”ในขณะที่ประเทศไทยเองมีความพร้อมการส่งออกแรงงานหมอนวดที่ผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองจาก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ กระทรวงสาธารณสุข จำนวนมาก ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
คำถามคือ ?
ถึงเวลาหรือยังที่เราจะ ผลักดันความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย
ให้มี “โควตาหรือวีซ่าพิเศษสำหรับแรงงานนวดไทย” ที่ผ่านการคัดกรองโดยหน่วยงานภาครัฐไทย เช่นเดียวกับแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมอื่น ๆเพื่อให้การนำเข้าแรงงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และรักษาคุณภาพของวิชาชีพในระยะยาว.
สมาคมนวดไทยแห่งออสเตรเลีย (PTMAA)
เชื่อว่าการจัดระบบแรงงานอย่างถูกต้องจะไม่เพียงช่วยแก้วิกฤตแรงงานในอุตสาหกรรมนวดไทยเท่านั้น
แต่ยังเป็น การยกระดับ “นวดไทย” ให้เป็น Soft Power ที่มีมาตรฐานระดับโลก
และเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือไทยและออสเตรเลียในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
เขียนโดย:
นางธัญพร คิชเชนเนอร์
เลขานุการสมาคมนวดไทยแห่งออสเตรเลีย